Make your own free website on Tripod.com
             

             
เทศบาลตำบลหนองแปนร่วมจัดงานวันสงกรานต์ ประจำปี 2548    การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกเทศบาลตำบลหนองแปน             
 

สนับสนุนโดย

 

ร่วมส่งเสริมโดย

musical_note_8.gifสถานีอนามัยหนองแปน

musical_note_7.gifร.ร.หนองแปนโนนสูงฯ

musical_note_6.gifร.ร.ฟ้าแดดสูงยางฯ

musical_note.gifชุมชนบ้านหนองแปน

musical_note_1.gifชุมชนบ้านโนนสูง

musical_note_2.gifชุมชนบ้านนาเชือก
musical_note_3.gifชุมชนบ้านโนนโพธิ์ศรี
musical_note_4.gifชุมชนบ้านเสมา
musical_note_5.gifชุมชนบ้านนาบึง

 

เกี่ยวกับเรา

circle03_mint.gifข่าวฝากประชาสัมพันธ์circle03_mint_1.gif

 

circle03_yellow.gifการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกเทศบาลตำบลหนองแปนcircle03_yellow_1.gif

 
ในวันที่ 11 เมษายน 2548นี้ ณ.เทศบาลตำบลหนองแปน จะได้จัดให้มีการรับสมัครนายกเทศมนตรีและสมาชิกเทศบาลตำบลหนองแปน  และปีนี้เป็นปีแรกที่ได้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีโดยตรงเลยครับ หากมีข้อสงสัยติดต่อที่เทศบาลตำบลหนองแปนนะครับ  ติดต่อเทศบาล       ภาพบรรยายกาศ

dia_gray.gifภาพกิจกรรมวันสงกรานต์dia_gray_1.gif

 

วันที่ 13 เมษายน 2548 เทศบาลตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย จังวัดกาฬสินธุ์ ได้จัดงานวันสงกรานต์ขึ้น ณ.โรงเรียนหนอง
แปนโนนสูงนาเชือกราษฎร์บำรุง ทางเราได้รวบรวมภาพเหตุการณ์ต่างๆใว้ให้ดูกันครับ               รวบรวมเหตุการณ์

dia_brown.gifภาพบรรยายการเปิดศูนย์กศน.dia_brown_1.gif

 

ภาพบรรยายการเปิดศูนย์กศน.      ตั้งที่เทศบาลตำบลหนองแปนเก่า                    ชมภาพเลยครับ

circle03_orange_2.gifภาพกิจกรรมงานพัฒนาชุมชนที่ 5 circle03_orange_3.gif

 
ภาพกิจกรรม
   

ประวัติเทศบาล

คณะบริหารงาน

การท่องเที่ยว

เมืองฟ้าแดดสงยาง

พระธาตุยาค

เทศบาล

ติดต่อเรา

สำนักงานเทศบาล

Add news

                                      เรื่องราวเล่าขาน หรือตำนานของสงกรานต์ ตามที่ปรากฏในศิลาจารึก ที่วัดพระเชตุพนนั้น เป็นสิ่งที่สามารถแสดง ให้ลูก ๆ หลาน ๆ อย่างเราทราบว่า สงกรานต์ มีความประวัติ ความเป็นมาอย่างไร และเหตุใด จึงต้องมีนางสงกรานต์ ไปฟังเรื่องราว ตำนานของสงกรานต์ กันดีกว่า ...  มีเศรษฐีคนหนึ่งไม่มีบุตร บ้านอยู่ใกล้กับ นักเลงสุรา นักเลงสุรา มีบุตรสองคน มีผิวเนื้อ เหมือนทอง วันหนึ่งเศรษฐีได้พบกับ นักเลงสุรา ซึ่งนักเลงสุรา เข้าไปกล่าวคำหยาบช้า ต่อเศรษฐี เศรษฐีจึงถามว่า เหตุใดจึงมาหมิ่นประมาท ต่อเรา ผู้มีสมบัติมาก นักเลงสุรา จึงตอบว่า ถึงท่านมีสมบัติก็ไม่มีบุตร ตายแล้ว สมบัติก็จะ สูญเปล่า เรามีบุตรเห็นว่า ประเสริฐกว่า ท่านเศรษฐี มีความละอาย จึงบวงสรวง พระอาทิตย์ พระจันทร์ ตั้งอฐิษฐานขอบุตร ถึงสามปี ก็มิได้มีบุตร อยู่มาถึงวันนักขัตฤกษ์สงกรานต์ พระอาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษ เศรษฐีจึงพาบริวารไปยังต้นไทร อันเป็นที่อยู่แห่งฝูงนกทั้งปวงริมฝั่งน้ำ จึงเอาข้าวสารล้างน้ำเจ็ดครั้ง แล้วหุงขึ้นบูชาพระไทร ประโคมพิณพาทย์ ตั้งอฐิษฐานขอบุตร พระไทรมีความกรุณาจึงเหาะไปเฝ้าพระอินทร์ พระอินทร์จึงให้ธรรมบาลเทวบุตร ลงมาปฏิสนธิในครรภ์ ภรรยาเศรษฐี เมื่อคลอดแล้ว จึงให้ ชื่อ "ธรรมบาลกุมาร" ปลูกปราสาทเจ็ดชั้นให้อยู่ที่ใต้ต้นไทร ริมฝั่งน้ำนั้น เมื่อกุมารเจริญขึ้น ก็รู้ภาษานก และเรียนไตรเพทจบ เมื่ออายุได้เจ็ดขวบ และได้เป็นอาจารย์บอกมงคลการต่าง ๆ แก่มนุษย์ทั้งปวงในขณะนั้นโลกทั้งหลาย นับถือท้าวมหาพรหม และกบิลพรหม องค์หนึ่งว่า เป็นผู้แสดงมงคล แก่มนุษย์ทั้งปวง เมื่อกบิลพรหมทราบ จึงลงมาถามปัญหา ธรรมบาลกุมารสามข้อ และสัญญา ไว้ว่า ถ้าแก้ปัญหาได้ จะตัดศรีษะบูชา แต่ถ้าแก้ไม่ได้ จะตัดศรีษะธรรมบาลกุมารเสีย ปัญหานั้น มีอยู่ว่า ข้อ1 เช้าราศีอยู่แห่งใด ข้อ 2 เที่ยงราศีอยู่แห่งใด และข้อ 3 ค่ำราศีอยู่แห่งใด ซึ่งธรรมบาลขอผลัดไปเจ็ดวันครั้นล่วงไปได้หกวัน ธรรมบาลกุมาร ก็ยังคิดไม่ได้ จึงนึกว่าพรุ่งนี้ จะตายด้วยอาญา ท้าวกบิลพรหม เป็นแน่ จึงคิดหนีตาย ด้วยการไปซุกซ่อนตัวที่อื่น แล้วลงจากปราสาท ไปนอน อยู่ใต้ต้นตาลสองต้น ซึ่งมีนกอินทรีสองตัวผัวเมีย ทำรังอาศัยอยู่บนต้นตาลนั้น ครั้นเวลาค่ำ นางนกอินทรี จึงถามสามีว่า พรุ่งนี้จะได้อาหารจากแห่งใด ฝ่ายสามีบอกว่า จะได้กินศพ ธรรมบาลกุมาร ซึ่งท้าวกบิลพรหมจะฆ่าเสีย เพราะทายปัญหาไม่ออก นางนกถามขึ้นว่า ปัญหานั้นอย่างไร สามีจึงบอกว่า ปัญหาว่าเช้าราศีอยู่แห่งใด เที่ยงราศีอยู่แห่งใด ค่ำราศีอยู่ แห่งใด นางนกถามว่าจะแก้อย่างไร สามีบอกว่า เช้าราศีอยู่ที่หน้า มนุษย์ทั้งหลาย จึงเอาน้ำ ล้างหน้า เวลาเที่ยงราศีอยู่ที่อก มนุษย์ทั้งหลาย จึงเอาเครื่องหอม ประพรมที่อก เวลาค่ำ ราศีอยู่ที่เท้า มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างเท้าธรรมบาลกุมารได้ยินดังนั้น ก็กลับไปที่ปราสาท ครั้นรุ่งขึ้น ท้าวกบิลพรหมมาถามปัญหา ธรรมบาลก็แก้ตามที่ได้ยินมา ท้าวกบิลพรหมจึงตรัส เรียกเทพธิดาทั้งเจ็ด อันเป็นบริจาริกา พระอินทร์ มาพร้อมกัน แล้วบอกว่า เราจะตัดศรีษะ บูชาธรรมบาลกุมาร ศีรษะของเรา ถ้าจะตั้งไว้บนแผ่นดิน ไฟก็จะไหม้ทั่วโลก ถ้าจะทิ้งขึ้นบนอากาศ ฝนก็จะแล้ง ถ้าจะทิ้งลงใน มหาสมุทรน้ำก็จะแห้ง จึงให้ธิดาทั้งเจ็ดนั้น เอาพานมารับศรีษะ แล้วก็ตัดศรีษะ ให้ธิดา องค์ใหญ่ นางจึงเอาพานมารับ พระเศียรบิดาไว้ แล้วแห่ทำประทักษิณ รอบเขาพระสุเมรุ 60 นาที แล้วก็เชิญไปประดิษฐาน ไว้ในมณฑปถ้ำคันธุลี เขาไกรลาศ และบูชาด้วยเครื่องทิพย์ต่างๆพระเวสสุกรรม ก็นฤมิตรแล้วด้วย แก้วเจ็ดประการ ชื่อภควดี ให้เป็นที่ประชุมเทวดา เทวดา ทั้งปวง ก็นำเอาเถาฉมูลาด ลงมาล้างในสระอโนดาตเจ็ดครั้ง แล้วแจกกัน สังเวยทุกพระองค์ ครั้นครบกำหนด 365 วัน โลกสมมติว่า ปีหนึ่งเป็นสงกรานต์ นางเทพธิดาเจ็ดองค์ จึงผลัดเวร กันมาเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหม ออกแห่ประทักษิณ เขาพระสุเมรุทุกปี แล้วกลับไปเทวโลก

© Copyrigth: S.N.MediasBest 2003;